ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด Hyaluronic Acid หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า HA ผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ใช้ทดแทนส่วนสำคัญของโครงสร้างผิว คอลลาเจนและไฮยาลูรอน ที่ร่างกายจะสูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น
ผิวหนังของคนเรามีใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นและเต่งตึง การที่เส้นใยเหล่านี้ลดลง จะทำให้ผิวบาง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย
เมื่อฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณที่เป็นร่องริ้วรอย เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม จะทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเต่งตึงขึ้น การฉีดฟิลเลอร์จึงสัมพันธ์กับการแก้ปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ อย่างได้ผล
การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า โดยใช้สารเติมเต็มอย่าง Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย การฉีดสารนี้จะช่วยทดแทนปริมาตรผิวที่สูญเสียไปตามวัย ทำให้ผิวดูเต็มขึ้น และรูปหน้าแลดูอ่อนเยาว์
นอกจากช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนและเต่งตึงขึ้นแล้ว ฟิลเลอร์ยังสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิว ช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง และยังมีส่วนช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ในอนาคตอีกด้วย
การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยแก้ปัญหาจุดบกพร่องบนใบหน้าได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร่องลึก ใต้ตาคล้ำ ปากบาง หรือคางสั้น แต่ละตำแหน่งจะมีการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่ต่างกันไป แล้วแต่ปัญหาและโครงสร้างหน้าเดิมของแต่ละคน
มาดูกันว่า “ฟิลเลอร์ฉีดตรงไหนได้บ้าง?” และแต่ละจุด ควรใช้ประมาณกี่ซีซี (CC) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย
ปัญหาที่แก้ได้: ใต้ตาลึก ขอบตาดำ ถุงใต้ตาเล็กน้อย
ปริมาณที่แนะนำ: 0.5 – 1 CC / ข้าง
เหมาะสำหรับผู้ที่ดูโทรมตลอดเวลาแม้นอนพอ ช่วยให้หน้าดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ปัญหาที่แก้ได้: ขมับตอบ หน้าดูแก่หรือโทรม
ปริมาณที่แนะนำ: 1 – 2 CC / ข้าง
เติมขมับให้เต็ม หน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้นทันที
ปัญหาที่แก้ได้: หน้าผากแบน ไม่โหนกนูน
ปริมาณที่แนะนำ: 2 – 4 CC (แล้วแต่ขนาดหน้าผาก)
ทำให้หน้าดูละมุนขึ้น รูปหน้าโดยรวมดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น
ปัญหาที่แก้ได้: ปากบาง ปากแห้ง มีริ้วรอยขอบปาก
ปริมาณที่แนะนำ: 1 CC ก็เห็นผลได้ชัดเจน
เติมฟิลเลอร์ปากช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม ชัดรูป และช่วยให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้น ไม่แห้งลอกง่าย
ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงาม เนื่องจากช่วยปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย และเติมเต็มร่องลึกให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น หากคุณกำลังพิจารณาว่าจะฉีดฟิลเลอร์ดีไหม มาดูขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบกันก่อนค่ะ
1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะประเมินปัญหาและความต้องการของคนไข้ เช่น ร่องแก้มลึก หน้าตอบ ขมับยุบ หรือใต้ตาหมองคล้ำ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
2. เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์และปริมาณที่ใช้
แพทย์จะแนะนำยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด พร้อมกำหนดปริมาณ (เป็น cc) ให้พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
3. ทำความสะอาดผิวหน้า
ก่อนฉีดจะมีการเช็ดทำความสะอาดใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องฉีด หากมีการแต่งหน้า จะต้องลบเครื่องสำอางออกทั้งหมดบริเวณนั้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
4. ตรวจสอบฟิลเลอร์ก่อนใช้
แพทย์จะเปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้และได้มาตรฐาน โดยสามารถสแกน QR Code หรือเช็คเลขล็อตผ่านเว็บไซต์ของผู้ผลิตได้ทันที
5. เตรียมผิวก่อนฉีด
มีการประคบน้ำแข็งหรือแปะยาชาบางกรณี เพื่อลดความรู้สึกเจ็บตอนฉีด ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะมียาชาผสมอยู่แล้วในเนื้อสาร ช่วยให้รู้สึกสบายขณะทำหัตถการ
6. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์
แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ลงในชั้นผิวอย่างแม่นยำ ใช้เทคนิคเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้รูปหน้าและผลลัพธ์ที่ต้องการ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15–30 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด
ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูเต่งตึง โดยทั่วไปจะใช้ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายได้เอง
โดยเฉลี่ย ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน ดื่มน้ำมาก ๆ และไม่สูบบุหรี่
สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้หลายจุด เช่น:ใต้ตา,ร่องแก้ม,คาง,หน้าผาก,ปาก,จมูก,ขมับ,แก้มตอบ
ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการปรับรูปหน้าในแต่ละบุคคล
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับปัญหา เช่น: ใต้ตา: 0.5–1 CC,ร่องแก้ม: 1–2 CC,คาง: 1–2 CC,ปาก: 1 CC ก็เห็นผลชัด
การประเมินควรให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินเพื่อความปลอดภัย
หากใช้ ฟิลเลอร์แท้ จากแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง จะมีความปลอดภัยสูงมาก ผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายภายในไม่กี่วัน
หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ก้อนแข็ง หรือฟิลเลอร์ไหล สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น:หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ งดออกกำลังกายหนัก 1–3 วัน ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและอยู่ได้นาน
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ความร้อน หรือการทำเลเซอร์ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
มีฉลากภาษาไทย / เลข อย. ชัดเจน มี QR Code หรือ serial number ให้สแกนตรวจสอบ แพทย์ต้องแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้าเท่านั้น
ถ้าเจอฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ ควรระวังว่าอาจเป็นของปลอม
ฟิลเลอร์: ใช้เติมเต็มจุดที่ยุบ เช่น ร่องลึก คาง ใต้ตา
โบท็อกซ์: ใช้ลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก หางตา หรือกราม
ในหลายเคสแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ครบทุกมิติ
👨⚕️หัตถการโดย นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม
ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ด้านการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์
เพื่อปรับแต่งแก้ไขโครงสร้างใบหน้าให้สมดุลโดยการออกแบบเฉพาะบุคคล
แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าที่มีประสบการณ์กว่า20ปี และ Advisory board ของบริษัทฟิลเลอร์ชั้นนำหลายแห่ง
ลูกค้า KTC Clinic สามารเลือกแบรนด์ชั้นนำได้ตามงบ เปิดตรวจสอบ และนำกล่องกลับบ้านได้
เพื่อปรึกษาข้อมูลหรือวางแผนการทำหัตถการเพิ่มเติม
Line@: @filler
มีที่จอดรถทุกสาขา