Sculptra เป็นเทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวแบบใหม่ ที่จะช่วยบำรุงผิวตั้งแต่ภายใน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนวัยขึ้น เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับ
Sculptra คืออนุภาคของสาร Poly-L-Lactic acid หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า PLLA ซึ่งถือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลก (The First & Original Collagen Biostimulator) มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
Sculptra คือสารที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ที่ชื่อว่า PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งได้รับการรับรองจาก อย.สหรัฐอเมริกา (US.FDA) ว่ามีความปลอดภัย
Sculptra จะถูกผสมด้วย Sterile water ก่อนนำไปฉีดเข้าผิวชั้น Subcutaneous ในช่วง 2-3 วันแรก ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเต็มอิ่มฟูทันทีจากโมเลกุลน้ำที่ฉีด หลังจากนั้นน้ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เหลือแต่ผลึกของสาร PLLA ครับ ในช่วงนี้ จะสังเกตได้ว่าจะเห็นร่องริ้วรอยกลับมาได้ครับ
ต่อมา Sculptra จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยส่งสัญญาณให้ Fibroblast เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนเข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวน จึงเกิดการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น จากงานวิจัยพบว่า Sculptra สามารถสร้างคอลลาเจนเพิ่มได้มากถึง 66.5% ผิวบริเวณที่ฉีดจึงมีความกระชับ อิ่มฟู และโครงสร้างชั้นผิวแข็งแรงยิ่งขึ้นครับ
เมื่อเวลาผ่านไป Sculptra จะค่อย ๆ สลายจนหมด เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นแทน สามารถช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงได้ระยะยาว คงผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ประมาณ 2 ปีครับ
เพื่อให้ขั้นตอนการฉีดเป็นไปอย่างราบรื่น และลดโอกาสการเกิดรอยช้ำหลังทำ คนไข้ควรเตรียมตัวดังนี้ค่ะ:
งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เช่น วิตามินอี (Vitamin E), สารสกัดจากใบแปะก๊วย, น้ำมันปลา (Fish Oil), โสม รวมถึงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen)
งดโปรแกรมผลัดเซลล์ผิวหรือเลเซอร์หน้า: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่: อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดความดันเลือดและลดการบวมช้ำ
หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร: กรุณาแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนล่วงหน้าอย่างละเอียดทุกครั้ง
การฉีด Sculptra มีขั้นตอนที่ละเอียดและใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเตรียมผิวไปจนถึงเทคนิคการฉีดเฉพาะตัวของคุณหมอ เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ผิวที่แน่นฟู อ่อนเยาว์ และปลอดภัยสูงสุด โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ:
เริ่มต้นด้วยการเข้าเข้ารับการตรวจประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพูดคุยถึงปัญหาผิวที่คุณกังวลใจ แพทย์จะช่วยประเมินปริมาณตัวยาที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อปฏิบัติทั้งก่อนและหลังทำอย่างเข้าใจง่าย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการแปะยาชาเข้มข้นในบริเวณที่จะทำการฉีด โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายผิว ผ่อนคลาย และแทบไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำหัตถการเลยค่ะ
ในระหว่างที่คนไข้กำลังแปะยาชา คุณหมอจะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูปแบบ Active Form ที่พร้อมทำงานใต้ผิวทันที โดยการผสมตัวยากับน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ (Sterile Waterสำหรับฉีด) ในสัดส่วนที่แม่นยำตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดีที่สุดเมื่อฉีดเข้าสู่ผิว
คุณหมอจะทำการฉีด Sculptra ที่เตรียมพร้อมแล้วลงลึกใต้ชั้นผิวประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นชั้นผิวที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นคอลลาเจน โดยเลือกใช้ “เข็มทู่” (Cannula) ขนาด 22-25 G ซึ่งเป็นเข็มพิเศษที่ช่วยลดความบอบช้ำใต้ผิว ลดโอกาสการเกิดรอยเขียวช้ำ และมีความปลอดภัยสูงมากค่ะ
ทันทีหลังจากฉีดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีขั้นตอนการนวดหน้าอย่างเบามือแต่ถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ตัวยา Sculptra กระจายตัวไปทั่วบริเวณที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ ไม่เกาะกันเป็นก้อน และพร้อมเข้าไปสตาร์ทเครื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ใต้ผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ
การฉีด Sculptra มีความพิเศษกว่าหัตถการอื่นตรงที่ “ถ้าไม่นวด ผลลัพธ์จะไม่ดีเท่าที่ควร” เพราะหัวใจสำคัญคือการทำให้สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) กระจายตัวใต้ชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ KTC Clinic จึงขอเน้นย้ำให้คนไข้ท่องจำและปฏิบัติตาม กฎ Triple 5 อย่างเคร่งครัดค่ะ
หลังฉีด Sculptra คนไข้จำเป็นต้องนวดใบหน้าด้วยตัวเองตามหลัก:
5 ครั้งต่อวัน: แบ่งเวลานวดให้กระจายทั่วทั้งวัน (เช่น เช้า, สาย, กลางวัน, บ่าย, เย็น)
ครั้งละ 5 นาที: นวดอย่างเบามือแต่สม่ำเสมอในบริเวณที่ฉีดไปให้ครบเวลา
ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน: ทำต่อเนื่องทันทีนับจากวันที่ฉีด โดยไม่ต้องเว้นวัน
ทำไมต้องนวด? การนวดจะช่วยให้卧อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปตามชั้นผิวได้อย่างทั่วถึง ไม่เกาะตัวกันเป็นก้อนใต้ผิว และช่วยเร่งกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนให้ทำงานได้สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ
ประคบเย็นได้: ใน 24 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมหรือรอยแดง สามารถใช้เจลเย็นประคบเพื่อบรรเทาอาการได้
แต่งหน้าและทาครีมบำรุงได้ตามปกติ: หลังทำ 24 ชั่วโมง โดยแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงผิวหรือมอยส์เจอไรเซอร์ร่วมด้วยในตอนนวดหน้า เพื่อลดแรงเสียดทานและป้องกันผิวระคายเคือง
หลีกเลี่ยงความร้อนจัด: งดการเข้าซาวน่า, อบไอน้ำ, อาบน้ำอุ่นจัด และงดการออกกำลังกายหนักๆ เป็นเวลา 4-5 วันหลังทำ
งดทำหัตถการหรือเลเซอร์อื่นๆ บนใบหน้า: เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังฉีด Sculptra หรือตามคำแนะนำของแพทย์
สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าปัญหาผิวของเรา ควรเลือกทำหัตถการไหนที่จะตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด KTC Clinic สรุปข้อแตกต่างมาให้เข้าใจง่ายๆ แล้ว
| คุณสมบัติ | Sculptra (สารกระตุ้นคอลลาเจน) | Filler (สารเติมเต็ม HA) | เครื่องยกกระชับ (Ulthera/Thermage) |
|---|---|---|---|
| กลไกการทำงาน | กระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจน Type 1 ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ | เติมเต็มปริมาตรผิวที่ยุบตัวด้วยสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) | ใช้คลื่นพลังงานความร้อนส่งลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อให้ชั้นผิวหดตัวและยกกระชับขึ้น |
| ผลลัพธ์หลัก | ผิวแน่น อิ่มฟู ยืดหยุ่น รูขุมขนกระชับ คุณภาพผิวดีขึ้นจากภายในทั่วใบหน้า | เติมเต็มร่องลึกเฉพาะจุดให้ตื้นขึ้นทันที ปรับรูปหน้า เสริมคาง/แก้มส้ม | ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ชัด ลดเหนียงและไขมันสะสม |
| การเห็นผล | ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มชัดเจนที่ 3-4 สัปดาห์ และ ดีที่สุดในเดือนที่ 3 | เห็นผลทันทีหลังทำ | เห็นผลทันที 10-20% และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | อยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 ปี | อยู่ได้ประมาณ 6 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้) | อยู่ได้ประมาณ 1 ปี |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ผิวฝ่อ แห้งฝาด ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยยับๆ และอยากได้ผลลัพธ์ธรรมชาติขั้นสุด | ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกชัดเจน เช่น ร่องแก้มลึก ใต้ตาโบ๋ ขมับตอบ หรือต้องการปรับรูปหน้า | ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเหนียงแน่นๆ |
Filler เปรียบเสมือนการ “ฉาบปูน” เติมเต็มจุดที่ยุบตัวทันที เช่น ใต้ตาโบ๋ ร่องแก้มลึก เห็นผลไว แต่หากฉีดเยอะเกินไปอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ ส่วน Sculptra เปรียบเหมือนการ “ปลูกต้นไม้” ค่อยๆ กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนมาเติมเต็มตัวเอง ผิวจะแน่นอิ่มฟูทั่วหน้าแบบธรรมชาติสุดๆ โดยไม่มีสารเติมเต็มตกค้าง
Ulthera / Thermage จะเน้นการส่งพลังงานความร้อนลงไปแก้ปัญหาที่โครงสร้างชั้นผิวและชั้นไขมัน เพื่อ “ดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น” ด้านบน ส่วน Sculptra จะเน้นการเพิ่ม “ความหนาแน่นและคุณภาพผิวเนื้อ” (Skin Quality) แก้ปัญหาผิวฝ่อ ผิวบางยับ ให้กลับมาเด้งสู้มืออีกครั้ง
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวสะสมตามวัย การทำเครื่องยกกระชับเพื่อดึงโครงสร้างหน้าให้ยกขึ้น ควบคู่ไปกับการฉีด Sculptra เพื่อเติมความแน่นอิ่มฟูของเนื้อผิว จะช่วยเนรมิตใบหน้าที่ดูเด็กและอ่อนเยาว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
วันแรกหลังทำ
ทันทีหลังฉีดเสร็จ คนไข้จะรู้สึกว่าใบหน้าดูอิ่มฟู ร่องลึกดูตื้นขึ้นและริ้วรอยจางลงทันที ซึ่งผลลัพธ์ในวันแรกนี้เกิดจากปริมาณน้ำกลั่นบริสุทธิ์ (Sterile Water) ที่คุณหมอใช้ผสมกับตัวยา เพื่อนำพาอนุภาค PLLA เข้าสู่ใต้ชั้นผิวได้อย่างทั่วถึงค่ะ
วันที่ 2 ถึง 5
ในช่วงนี้ ร่างกายจะทำการดูดซึมน้ำกลั่นบริสุทธิ์ที่ผสมไปในวันแรกออกไป ทำให้คนไข้รู้สึกเหมือน “หน้ากลับมายุบตัวหรือแห้งฝ่อเหมือนก่อนทำ” ซึ่งถือเป็นเรื่อง ปกติที่สุดของ Sculptra ค่ะ ตัวยา PLLA ไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ใต้ชั้นผิวเรียบร้อยแล้ว และช่วงนี้คือช่วงสีทองที่คนไข้ต้องขยันนวดหน้าตามกฎ Triple 5 อย่างเคร่งครัด เพื่อกระจายอนุภาคยาไม่ให้เกาะกันเป็นก้อนค่ะ
สัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไป
หลังจากอนุภาค PLLA กระจายตัวอยู่ใต้ผิว ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณให้เซลล์สร้างเส้นใยคอลลาเจน (Fibroblast) ออกมาทำงาน โดยเฉพาะ คอลลาเจน Type 1 (คอลลาเจนชนิดเดียวกับผิวเด็ก) คนไข้จะเริ่มสังเกตเห็นว่า ผิวหน้าเริ่มมีความหนาแน่นขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และผิวดูอิ่มน้ำ สว่างกระจ่างใสขึ้นเรื่อยๆ
เดือนที่ 3
คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมาทดแทนโครงสร้างผิวที่ร่วงโรยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผิวหน้าจะฟู แน่น ยืดหยุ่น และยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้าดูลดเลือนลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผลลัพธ์ในระยะยาวนี้สามารถ คงอยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 ปี เลยค่ะ (แนะนำให้ทำครบคอร์สตามที่แพทย์ประเมิน)
สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
ผู้มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Sculptra (PLLA, CMC, Non-pyrogenic mannitol)
ผู้มีประวัติเคยแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
ผู้ที่มีการติดเชื้อ อักเสบ หรือมีแผลสดในบริเวณที่จะฉีด
ผู้เป็นโรคพุ่มพวง (Autoimmune, SLE) หรือโรครูมาตอยด์
ผู้ที่กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid)
การฉีด Sculptra ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของชั้นผิวอย่างล้ำลึก จึงอาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวที่พบได้เป็นปกติ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปได้เองดังนี้ค่ะ:
หลังทำทันทีหรือในช่วง 1-2 วันแรก คนไข้บางท่านอาจพบอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อและการใช้เข็มค่ะ:
อาการบวมแดง หรือรู้สึกตึงผิว: เป็นปฏิกิริยาปกติของผิวหนัง จะค่อย ๆ ยุบลงและหายสนิทภายใน 2-3 วัน (ในบางรายที่มีผิวบอบบางอาจใช้เวลา 3-5 วัน)
รอยเขียวช้ำจากเข็ม: อาจเกิดขึ้นได้เล็กน้อยในบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น ซึ่งรอยช้ำนี้จะจางลงและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ
อาการระบมหรือปวดเล็กน้อย: สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นชั่วคราว หรือทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำค่ะ
ในบางราย ช่วงสัปดาห์แรก ๆ อาจจะรู้สึกว่า คลำเจอไตหรือก้อนเล็ก ๆ นิ่ม ๆ อยู่ใต้ชั้นผิว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากตัวยา Sculptra ที่ยังกระจายตัวไม่สมบูรณ์
วิธีรับมือ: แนะนำให้นวดบริเวณที่ฉีดอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด (ตามกฎ Triple 5) แรงนวดจะช่วยผลักดันให้อนุภาคยาแยกตัวและกระจายโอบล้อมชั้นผิวได้อย่างทั่วถึง ก้อนดังกล่าวจะค่อย ๆ อ่อนตัวและหายไปได้เองอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
มีสติกเกอร์โฮโลแกรม: ปิดผนึกที่ฝากล่องอย่างแน่นหนาทั้งบนและล่าง กล่องสมบูรณ์ไม่ถูกเปิดออกก่อนถึงมือคนไข้
มีลายนูนตัว S: เมื่อลูบหรือส่องไฟที่หน้ากล่อง จะเห็นลายนูนรูปตัว S ชัดเจน
มี อย. ไทย: มีเอกสารกำกับภาษาไทย และเลขทะเบียนตำรับยา อย. ติดอยู่ข้างกล่อง
สแกนเช็กได้: มี QR Code บนกล่อง ให้สามารถขูดและใช้สมาร์ทโฟนสแกนตรวจสอบของแท้ผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker ได้ทันที
ตัวยาเป็นผงแห้ง: ก่อนผสมน้ำ ตัวยาด้านในขวดต้องเป็น “ผงสีขาวแห้งสุญญากาศ” เท่านั้น (แพทย์ แกะกล่องและผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกเคส สามารถนำกล่องกลับบ้านได้)
ผิวเริ่มหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ผิวบางไม่ยืดหยุ่น… ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วย Sculptra นวัตกรรมอนุภาค PLLA ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ได้สูงถึง 66.5% คืนความแน่น ฟู เด้ง ให้ผิวดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี
แต่เนื่องจาก Sculptra เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง หากคุณกำลังคิดว่า “จะทำ Sculptra ที่ไหนดี?” นี่คือเหตุผลที่คุณควรไว้วางใจให้ KTC Clinic ดูแลผิวของคุณครับ:
ดูแลโดย นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม : แพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างชั้นผิวเป็นอย่างดี สามารถประเมินและดีไซน์การฉีดกระจายตัวยาในชั้นผิวหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) ได้อย่างแม่นยำ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลชัดเจนและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
เทคนิคการผสมยาและฉีดที่ถูกต้องสูงสุด: Sculptra เป็นตัวยาที่ต้องอาศัยความประณีตในการเตรียมยาและการคำนวณปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละจุด แพทย์ใช้เทคนิคการฉีดที่ได้มาตรฐานสากล มั่นใจได้ว่าตัวยากระจายตัวดี ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน (Nodule) หลังทำ
การันตีตัวยาแท้ 100% ตรวจสอบได้: KTC Clinic ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ Sculptra แท้ สั่งตรงจาก Galderma Thailand เท่านั้น คนไข้สามารถสแกน QR Code ตรวจสอบเลข Lot. และตรวจสอบความแท้ผ่านแอปพลิเคชันก่อนทำได้ทุกเคส มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด
ให้คำแนะนำการดูแลตัวเอง (5-5-5) อย่างใส่ใจ: หลังการทำ Sculptra การนวดหน้าอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญมาก แพทย์และทีมงาน KTC Clinic จะคอยแนะนำและติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คอลลาเจนเรียงตัวสวยและได้ผลลัพธ์ที่ปังที่สุด
หัวใจสำคัญของ Sculptra คือการกระจายตัวของตัวยา PLLA หากยาเกาะกลุ่มกันหนาแน่นเกินไป ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจนกลายเป็นก้อนนูนแข็งใต้ผิว
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: จะมีความชำนาญในการคำนวณสัดส่วนการผสมน้ำกลั่นทางการแพทย์ (Sterile Water) เพื่อละลายผงยาอย่างสมบูรณ์ และมีเทคนิคการสะบัดมือกระจายตัวยาลงในชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้ยากระจุกตัวในจุดใดจุดหนึ่ง
หากเลือกพลาด: หากแพทย์ฉีดตื้นเกินไป (เข้าไปในชั้นผิวหนังกำพร้าหรือผิวชั้นบน) หรือกระจายยาไม่ดี ผิวหน้าจะเกิดก้อนนูนแข็งคล้ายซีสต์ ซึ่งไม่สามารถใช้ยาสลายฟิลเลอร์ละลายออกได้ ต้องรอให้สลายเองตามธรรมชาติซึ่งใช้เวลานานหลายปี หรืออาจต้องผ่าตัดออกเท่านั้น
Sculptra ถูกออกแบบมาให้ฉีดเข้าในชั้นผิวระดับลึก (Deep Dermis) หรือเหนือชั้นกระดูกในบางจุด เพื่อเป็นโครงข่ายให้คอลลาเจนเติบโต
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: จะมีความเข้าใจในสรีรวิทยาและกายวิภาคอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าจุดไหนคือชั้นโครงสร้างผิวที่จะช่วยพยุงหน้า และจุดไหนควรเลี่ยงเพื่อไม่ให้ใบหน้าผิดรูป
หากเลือกพลาด: หากฉีดผิดชั้น เช่น ฉีดเข้าไปในชั้นไขมันตื้นๆ ยาจะไม่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสี่ยงทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นแข็งตัวเป็นไตหนาผิดปกติ
ความยากของ Sculptra คือการที่แพทย์ต้องทำหน้าที่เป็น “สถาปนิก” ที่ต้องมองเห็นภาพล่วงหน้า เพราะผลลัพธ์จะค่อยๆ ฟูขึ้นหลังจากฉีดไปแล้ว 1-3 เดือน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: จะไม่ฉีดอัดตรงจุดที่มีรอยร่องลึกตรงๆ เหมือนฟิลเลอร์ แต่จะดีไซน์การฉีดเพื่อพยุงโครงหน้าโดยรวม คาดการณ์สัดส่วนคอลลาเจนที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ใบหน้าฟูขึ้นอย่างสมดุลพอดี ไม่ตอบ และไม่บวมแน่นจนเกินไปเมื่อเวลาผ่านไป
หากเลือกพลาด: แพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจฉีดปริมาณยามากเกินไปในจุดเดียวเพราะคิดว่าหน้ายังไม่เต็ม ส่งผลให้ในอีก 2 เดือนต่อมา หน้าของคนไข้จะบวมล้น ยิ้มแล้วแก้มป่องผิดธรรมชาติเนื่องจากคอลลาเจนก่อตัวมากเกินพอดี
ความสำเร็จของการทำ Sculptra ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วย โดยเฉพาะกฎการนวดหน้า 5-5-5 (นวดครั้งละ 5 นาที, 5 ครั้งต่อวัน, เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: จะประเมินสภาพผิวและออกแบบทิศทางการนวดที่ถูกต้องเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้สมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมทั้งติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อเช็กการตอบสนองของผิวในแต่ละช่วงสัปดาห์
แนะนำฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง (ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์) หลังทำครบคอร์ส ผลลัพธ์ผิวแน่นฟู อ่อนเยาว์ จะคงอยู่ยาวนานสูงสุดถึง 2 ปีค่ะ
แนะนำเว้นการแต่งหน้าและทาครีม 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิทก่อน หลังจากนั้นสามารถทาครีมกันแดด บำรุงผิว และแต่งหน้าร่วมกับการนวดหน้าได้ตามปกติค่ะ
แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ก่อนหรือหลังฉีด Sculptra เพื่อไม่ให้ความร้อนหรือหัตถการอื่นรบกวนการทำงานของตัวยาใต้ผิวค่ะ
ไม่แข็งทื่อแน่นอนค่ะ เพราะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเอง ผิวจะดูฟูละมุนเป็นธรรมชาติ ส่วนลดโอกาสเกิดก้อนได้ง่ายๆ เพียงขยันนวดหน้าตามกฎ Triple 5 อย่างเคร่งครัดใน 5 วันแรกค่ะ
เป็นปฏิกิริยาปกติจากรอยเข็ม จะค่อยๆ ยุบและหายสนิทได้เองภายใน 2-3 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยให้ยุบบวมไวขึ้นได้ค่ะ
เพื่อปรึกษาข้อมูลหรือวางแผนการทำหัตถการเพิ่มเติม
Line@: @filler
มีที่จอดรถทุกสาขา