Facial Overfill Syndrome
ภาวะหน้าล้น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ฟิลเลอร์เป็นลำ ฉีดสลายฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ไหล ฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป เมื่อความสวยเกินพอดีจนขาดความสมดุล

Facial Overfilled Syndrome (FOS) คือ

ภาวะหน้าล้น (Facial Overfilled Syndrome): เมื่อความสวยเกินพอดีจนขาดความสมดุล

Facial Overfilled Syndrome (FOS) คือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ในปริมาณที่มากเกินไป จนทำให้ใบหน้าสูญเสียความสมดุลและเอกลักษณ์เดิม แทนที่จะช่วยเสริมความงามให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ กลับทำให้ใบหน้าดูบวมตึงผิดสัดส่วน ดูแข็งทื่อ และในบางกรณีอาจทำให้ดูมีอายุมากขึ้นกว่าเดิม

Checklist: สัญญาณของภาวะหน้าล้น

ลองสังเกตใบหน้าของตัวเองหรือคนรอบข้าง หากมีลักษณะเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่า “เติมเยอะ” เกินไป

  • แก้มป่องเป็นลูกซาลาเปา (Pillow Face): โหนกแก้มดูเต็มและกลมแน่นจนเกินไป ทำให้ใบหน้าส่วนกลางดูบวมใหญ่ผิดปกติ
  • รอยยิ้มที่ดูฝืนและไม่เป็นธรรมชาติ: เวลายิ้ม กล้ามเนื้อบนใบหน้าจะดูตึงรั้ง แก้มยกสูงจนเบียดดวงตาให้ดูเล็กลง
  • ใบหน้าขาดมิติและดูแข็งทื่อ: สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ของใบหน้าหายไป ทำให้หน้าดูแบน กว้าง หรือดูแข็ง ไม่มีส่วนโค้งเว้าที่เป็นธรรมชาติ
  • ริมฝีปากอวบอิ่มเกินจริง (Duck Lips): ริมฝีปากดูหนาและยื่นออกมาอย่างชัดเจนจนเสียสมดุลกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า

คางแหลมหรือยื่นผิดปกติ: รูปทรงคางดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่รับกับแนวกรามและกรอบหน้า

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะหน้าล้น

  1. ความเชื่อว่า “ยิ่งเยอะยิ่งดี”: การเติมฟิลเลอร์ในปริมาณมากเกินความจำเป็นในจุดเดียว โดยคาดหวังว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันที
  2. การไล่ตามเทรนด์ความงาม: ความต้องการที่จะมีรูปหน้าตามกระแสสังคม เช่น แก้มป่องสไตล์เกาหลี หรือสายฝอที่เน้นโหนกแก้มและริมฝีปากที่คมชัด ซึ่งอาจไม่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าเดิมของตัวเอง
  3. เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์: แพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญอาจประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือขาดความเข้าใจในกายวิภาคและกระบวนการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตามวัย
  4. ความถี่ในการเติม: การเติมฟิลเลอร์ซ้ำๆ ในขณะที่ของเก่ายังไม่สลายตัวดี ทำให้เกิดการสะสมจนใบหน้าดูแน่นและบวม

แนวทางการแก้ไขและป้องกัน Overfill Syndrome

วิธีการแก้ไข Overfill Syndrome

  • สำหรับฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA): สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ส่วนเกินออกได้ ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • รอให้สลายไปเอง: ในกรณีที่ไม่รุนแรงมาก สามารถรอเวลาให้ฟิลเลอร์ค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ
  • สำหรับฟิลเลอร์ชนิดถาวร: การแก้ไขจะทำได้ยากกว่ามาก อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดหรือขูดออก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง

การป้องกัน (สำคัญที่สุด) Overfill Syndrome

  • ปรัชญา “น้อยแต่มาก (Less is More)”: เริ่มต้นฉีดในปริมาณน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยดูผลลัพธ์ หากยังไม่พอใจจึงค่อยกลับมาเติมเพิ่ม
  • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์: มองหาแพทย์ที่มีความเข้าใจในสุนทรียศาสตร์ของใบหน้า สามารถออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับเราโดยเฉพาะ และกล้าที่จะปฏิเสธหากเห็นว่ามากเกินไป
  • สื่อสารให้ชัดเจน: บอกความต้องการของตัวเอง แต่ก็ต้องรับฟังคำแนะนำของแพทย์ เพื่อหาจุดที่สมดุลที่สุด
  • เข้าใจใบหน้าตัวเอง: ความงามในอุดมคติคือการดึงเอกลักษณ์และความสวยงามตามธรรมชาติของตัวเองออกมา ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนอื่น

การสลายฟิลเลอร์เพื่อรักษาภาวะหน้าล้น (Facial Overfilled Syndrome)

  • Facial Overfilled Syndrome หรือที่เรียกกันว่า “ภาวะหน้าล้น” เกิดขึ้นเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์มากเกินไปหรือสะสมหลายครั้ง ทำให้ใบหน้าดูบวม หนัก ขาดความเป็นธรรมชาติ หรือสัดส่วนใบหน้าเปลี่ยนไป

อาการที่มักพบในผู้ที่เป็น (Facial Overfilled Syndrome)

  • ใบหน้าดูบวม ฟู หรือผิดรูป
  • เสียมิติของใบหน้า ร่องแก้ม มุมหน้าหายไป
  • การแสดงออกทางสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ
  • พบก้อนแข็ง หรือคลำได้เป็นก้อนใต้ผิว

ฟิลเลอร์เป็นก้อน เกิดจากอะไร

ฟิลเลอร์เป็นก้อน เป็นปัญหาที่พบได้หลังการฉีดฟิลเลอร์ โดยมักมีลักษณะคลำได้เป็นไต แข็ง หรือเห็นเป็นปุ่มนูนใต้ผิวหนัง ซึ่งบางรายอาจสังเกตได้ทันทีหลังฉีด ขณะที่บางรายจะเห็นชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

โดยทั่วไป สาเหตุของฟิลเลอร์เป็นก้อนอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • การฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม

  • ฟิลเลอร์กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ

  • การเลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด

  • หรือการฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว

ดังนั้น หากปล่อยฟิลเลอร์เป็นก้อนไว้นาน อาจส่งผลให้รูปหน้าดูไม่เรียบ ผิวไม่เนียน และกระทบต่อความมั่นใจได้

ฟิลเลอร์เป็นลำ คืออะไร อันตรายไหม

ฟิลเลอร์เป็นลำ คือภาวะที่สามารถมองเห็นฟิลเลอร์เป็นเส้นยาวหรือเป็นแนวใต้ผิวหนัง โดยมักพบบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม หรือขมับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบาง

ในหลายกรณี ฟิลเลอร์เป็นลำมักมีสาเหตุมาจาก

  • การวางฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป

  • การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแข็งหรืออุ้มน้ำสูง

  • รวมถึงโครงสร้างผิวเดิมที่ไม่เหมาะกับปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด

แม้ว่าฟิลเลอร์เป็นลำจะไม่ถือว่าอันตรายต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ส่งผลต่อความสวยงามอย่างชัดเจน จึงควรให้แพทย์ประเมินเพื่อวางแผนแก้ไขอย่างเหมาะสม

ฟิลเลอร์ไหล เกิดจากอะไร

ฟิลเลอร์ไหล คือภาวะที่ฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ทำให้ใบหน้าดูบวม ไม่ได้สัดส่วน หรือเปลี่ยนรูปไปจากผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก

โดยสาเหตุที่พบบ่อยของฟิลเลอร์ไหล ได้แก่

  • การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณมากเกินไป

  • การเลือกฟิลเลอร์ที่อุ้มน้ำสูงในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

  • หรือโครงสร้างผิวไม่สามารถพยุงฟิลเลอร์ได้ดีพอ

ด้วยเหตุนี้ ฟิลเลอร์ไหลจึงมักพบในบริเวณแก้ม ใต้ตา และร่องแก้ม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงของการไหลซ้ำในอนาคต

ฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป ส่งผลอย่างไรต่อใบหน้า

การฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูแข็ง บวม และขาดความเป็นธรรมชาติ แม้ว่าจะใช้ฟิลเลอร์ของแท้และฉีดโดยแพทย์ก็ตาม

ผลกระทบที่อาจพบจากการฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป ได้แก่

  • ใบหน้าดูแน่น แข็ง และขยับได้น้อยลง

  • เกิดฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือฟิลเลอร์เป็นลำ

  • รวมถึงฟิลเลอร์ไหล ทำให้โครงหน้าผิดสัดส่วน

ดังนั้น ในหลายกรณี การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการฉีดสลายฟิลเลอร์ เพื่อช่วยคืนสมดุลให้ใบหน้า

ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่เคยฉีดเข้าไปก่อนหน้า โดยช่วยลดหรือกำจัดฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีปัญหา

โดยทั่วไป การฉีดสลายฟิลเลอร์เหมาะกับกรณี เช่น

  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน

  • ฟิลเลอร์เป็นลำ

  • ฟิลเลอร์ไหล

  • หรือฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป

ทั้งนี้ การสลายฟิลเลอร์ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อควบคุมปริมาณและตำแหน่งการสลายให้ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

แก้ฟิลเลอร์เป็นก้อน ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์

การแก้ฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ โดยแพทย์จะทำการประเมินก่อนว่าควรสลายฟิลเลอร์ทั้งหมด หรือสลายเฉพาะบางส่วนในตำแหน่งที่มีปัญหา

ข้อดีของการฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อแก้ฟิลเลอร์เป็นก้อน ได้แก่

  • ช่วยลดความแข็งและความนูนใต้ผิว

  • ทำให้ผิวดูเรียบและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • รวมถึงช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแก้ไขหรือฉีดใหม่อย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุด การแก้ฟิลเลอร์เป็นก้อนอย่างถูกวิธี จะช่วยให้รูปหน้ากลับมาดูสมดุล ละมุน และลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำในอนาคต

การสลายฟิลเลอร์ (Dissolving Filler) คืออะไร?

  • การสลายฟิลเลอร์คือ การใช้สารเอนไซม์ชื่อ Hyaluronidase (ไฮยาลูโรนิเดส) ฉีดลงไปในบริเวณที่ต้องการ เพื่อละลายฟิลเลอร์ที่เคยฉีดเติมเต็มไว้ให้ค่อย ๆ ยุบตัวและหายไป จนใกล้เคียงกับสภาพผิวก่อนฉีดฟิลเลอร์มากที่สุด

การสลายฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับกับไคร?

  • คนที่ ไม่พอใจผลลัพธ์ หลังฉีดฟิลเลอร์

  • ฟิลเลอร์ เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน

  • ฟิลเลอร์อยู่ผิดตำแหน่ง

  • ต้องการ สลายฟิลเลอร์เก่า ก่อนฉีดใหม่

การสลายฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ประเภทไหนสลายได้?

การสลายด้วย Hyaluronidase จะได้ผล เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่เป็น Hyaluronic Acid (HA) เท่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์ชนิดอื่น เช่น Silikon เหลว, PMMA หรือฟิลเลอร์กึ่งถาวร จะไม่สามารถสลายด้วยวิธีนี้ได้ และอาจต้องใช้วิธีการอื่น เช่น การขูดฟิลเลอร์ออกทางการแพทย์

Hyaluronidase ทำงานอย่างไร?

เอนไซม์ Hyaluronidase จะทำปฏิกิริยากับสาร HA ในฟิลเลอร์ ทำให้โมเลกุลของฟิลเลอร์ แตกตัวและถูกขจัดออกจากผิว เมื่อฉีดแล้วจะเริ่มทำงานทันที และเห็นผลภายใน 24–48 ชั่วโมงในหลายกรณี

ผลลัพธ์และระยะเวลาการสลายฟิลเลอร์

  • ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดหลังฉีดภายใน 1–3 วัน

  • ปริมาณและตำแหน่งที่ฉีดจะเป็นตัวกำหนดเวลาเห็นผล

  • โดยทั่วไปมักจะ ไม่ต้องฉีดหลายครั้ง หากแผนรักษาถูกต้อง

ความปลอดภัยและข้อควรระวังในการสลายฟิลเลอร์

  • ปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

  • ใช้ได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ HA เท่านั้น

  • ควรตรวจสอบประวัติการแพ้ยาและแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีด

  • หลีกเลี่ยงการฉีดกับฟิลเลอร์ที่ไม่ทราบชนิดหรือไม่มีเอกสารรับรอง

การฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรเลือก:

  • คลินิกที่มี แพทย์เวชศาสตร์ความงามหรือแพทย์ผิวหนังที่ผ่านการรับรอง

  • มีเครื่องมือและมาตรฐานปลอดภัย

  • อธิบายขั้นตอนก่อน-หลังการรักษาอย่างชัดเจน

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์

Q1: ฉีดสลายฟิลเลอร์เจ็บไหม?

โดยทั่วไปจะมีเพียงความรู้สึกตึง ๆ หรือเจ็บเล็กน้อย แต่แพทย์มักมีวิธีลดความเจ็บ เช่น ยาชาเฉพาะที่

Q2: ฉีดแล้วสามารถกลับไปฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้ไหม?

ได้ครับ — แต่ควรเว้นระยะประมาณ 5–7 วัน หลังการสลายเพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวก่อนฉีดใหม่

Q3: สลายฟิลเลอร์แล้วจะกลับมาเหมือนเดิมไหม?

โดยปกติผิวจะกลับคืนสภาพใกล้เคียงเดิม แต่ขึ้นกับปริมาณที่ฉีดและสภาพผิวของแต่ละคน

เพื่อปรึกษาข้อมูลหรือวางแผนการทำหัตถการเพิ่มเติม

Line@: @filler

 

มีที่จอดรถทุกสาขา

  •  สาขา Emsphere(BTS พร้อมพงษ์) EM Tower ชั้น 7

เบอร์ติดต่อ : 099-739-7828

  • สาขา สีลม (BTSศาลาแดง/MRTสีลม) Silom Edge ชั้น3 (ขึ้นบันไดเลื่อนจากชั้น 2 ทางเชื่อม BTS ) จอดรถฟรี 6 ชั่วโมง เบอร์ติดต่อ : 062-742-2636

#สลายฟิลเลอร์#ฉีดสลายฟิลเลอร์#สลายฟิลเลอร์คืออะไร#ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม#สลายฟิลเลอร์แก้ฟิลเลอร์เป็นก้อน#สลายฟิลเลอร์หน้าบวม#สลายฟิลเลอร์ก่อนฉีดใหม่#สลายฟิลเลอร์แท้#สลายฟิลเลอร์HA#แก้ฟิลเลอร์ผิดพลาด#Hyaluronidase#DissolvingFiller#FillerCorrection#FillerDissolve#แก้ไขฟิลเลอร์#คลินิกสลายฟิลเลอร์#แพทย์สลายฟิลเลอร์#สลายฟิลเลอร์ปลอดภัย#หัตถการแก้ฟิลเลอร์#ความงามทางการแพทย์