ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง การค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลผิวพรรณไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อไม่นานมานี้ KTC Clinic ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการความงามไทย ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “HOLISTIC FACIAL REJUVENATION” จาก ELLE BEST OF BEAUTY : Wellness & In-Clinic Treatment 2025 (by ELLE Thailand)
รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการบริการ แต่คือข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง โปรแกรม UltraClear Micro-coring ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน
รางวัล ELLE Best of Beauty (BOB) 2025 ไม่ได้ตัดสินเพียงแค่เทคโนโลยี แต่ตัดสินจาก “ผลลัพธ์และความเชี่ยวชาญ” ซึ่ง KTC Clinic โดดเด่นในเรื่อง:
การรักษาแบบองค์รวม (Holistic): เราไม่ได้มองแค่รอยหลุมสิว แต่เราดูแลไปถึงโครงสร้างผิวโดยรวมให้แข็งแรงและเรียบเนียน
นวัตกรรม UltraClear โหมด Micro-Coring: เทคโนโลยีหนึ่งเดียวที่ช่วยตัดพังผืดหลุมสิวและดึงกระชับผิวในขณะเดียวกัน
ทีมแพทย์มากประสบการณ์: ทุกเคสดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ออกแบบพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หากคุณเคยผ่านการทำเลเซอร์กลุ่ม Fractional CO2 หรือเลเซอร์แบบลอกผิว (Ablative Laser) มาก่อน คุณอาจคุ้นเคยกับความเจ็บ ปัญหาหน้าแดงนาน หรือความเสี่ยงต่ออาการผิวไหม้ แต่ โปรแกรม UltraClear คือนวัตกรรม Cold Fiber Laser เครื่องแรกของโลกที่เข้ามาทลายขีดจำกัดเหล่านั้น
โปรแกรม UltraClear ใช้พลังงานเลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 2910 nm ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่น้ำในผิวดูดซับได้ดีที่สุด พลังงานจะถูกส่งลงไปในชั้นผิวด้วยความเร็วสูงมาก (Cold Laser) ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวและสร้างช่องว่างขนาดเล็กระดับไมโคร โดย ไม่สะสมความร้อนส่วนเกิน ในเนื้อเยื่อรอบข้าง
โหมด Micro-coring : หัวใจสำคัญที่ทำให้ KTC Clinic ได้รับรางวัลคือเทคนิคพิเศษ การทำ Micro-coring ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์ทรงกระบอกขนาดเล็กๆขุดเจาะผิวบริเวณที่เป็นหลุมสิว ทำให้เกิดแผลเป็นรูเล็กๆ เมื่อเนื้อเยื่อเกิดการฟื้นฟู แผลหาย ผิวที่ดีก็จะบีบเข้ามาชิดติดกัน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
เห็นผลลัพธ์ชัดเจน: หลุมสิวตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับ และผิวดูสว่างใสขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก
Day 1 : หลังทำเจ็บมาก มีเลือดซึม มีหน้าบวม
Day 2 : หน้ายังคงบวมแดงอยู่ สามารถใช้น้ำเกลือเช็ดเลือดออกเบาๆได้ เมื่อเช็ดเลือดออก เห็นเป็นรอยตาราง เปรียบเสมือน “ตารางสร้างผิวใหม่”
Day 3 : หน้ายังบวมอยู่ แต่รอยแดงลดลงมาก สามารถล้างหน้าได้แล้ว แต่ผิวแห้งลอกเป็นขุยเหมือนได้ ”ลอกผิวใหม่“
Day 4 : หลังจากล้างหน้า สะเก็ดหลุดออกเกือบหมดแล้ว แต่ยังเหลืออยู่บ้าง หน้ายังบวมอยู่เล็กน้อย
Day 5 : หน้ายุบแล้ว สะเก็ดหลุดหมดแล้ว หลุมสิวดูตื้นขึ้น สามารถแต่งหน้าได้แล้ว
1. ห้ามให้หน้าโดนน้ำหลังทำ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่มากับน้ำ
2. ห้ามให้หน้าโดนความร้อน ห้ามออกแดด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตตามินเอ วิตตามินซีเข้มข้น กรดไกลโคลิก AHA BHA Retinoid หรือสารที่ทำให้หน้าใสต่างๆ เพราะ อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้
4. งดใช้เครื่องสำอาง งดการแต่งหน้า
5. หลังจาก 2 วันแล้ว สามารถล้างหน้าได้ แต่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ซับหน้าเบาๆ ห้ามถูแรง ห้ามสครับหน้า หรือใช้แปรงล้างหน้า
6. เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทาMoisturizer เพื่อไม่ให้ผิวแห้งตึง
7. ห้ามแกะสะเก็ด ปล่อยให้สะเก็ดหลุดไปเองตามธรรมชาติ การแกะอาจจะทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้
Q: ต้องรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
A: โดยปกติจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิว
Q: หลังทำต้องพักฟื้นนานไหม?
A: ผิวอาจจะมีอาการแดงเรื่อๆ ประมาณ 1-2 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติภายใน 24 ชั่วโมง
Q: รางวัล ELLE Best of Beauty การันตีอะไรให้ผู้รับบริการ?
A: การันตีถึงมาตรฐานความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และความใส่ใจในการเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาให้บริการ
เพื่อปรึกษาข้อมูลหรือวางแผนการทำหัตถการเพิ่มเติม
Line@: @filler
มีที่จอดรถทุกสาขา
เบอร์ติดต่อ : 099-739-7828